จากแหวนเพชรประจำตระกูลสู่ความรักในเครื่องประดับเพชร ต่อยอดพัฒนาจนกลายเป็นเจ้าของกิจการร้านเพชรในวัยเพียง 30 ต้นๆ เธอทำได้อย่างไรวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักเธอคนนี้กัน

แหวนเพชรประจำตระกูลเรืองกัมปนาทเดชา ขึ้นชื่อว่าเป็นเพชรที่สวยงามและมีน้ำงามเป็นลำดับต้นๆในสมัยหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่แหวนเพชรหายากที่สุด และเมืองไทยก็ยังไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก  พ่อของรุจาคือผู้สืบทอดแหวนของวงตระกูลรุ่นที่ 3 ซึ่งในตอนนั้นพ่อของเธอป่วยมากแล้ว และเธอเองก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ทำให้เธอได้รับแหวนเพชรนี้มาโดยปริยาย และด้วยความสวยงามที่ได้รับการกล่าวขาน ทำให้เธอนั้นเริ่มศึกษาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งเธอเองไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อน จึงต้องศึกษาตั้งแต่ชนิดของเพชร  ไบ่เรียงไปตามลำดับจนถึงขั้นการเจียระไนและออกแบบเลยทีเดียว แต่ว่าก็ยังเป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น

รุจา  หญิงสาววัย 30 ต้นๆที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าของร้านจิวเวลรี่ชื่อดัง ชื่อร้านว่าต้นตระกูลเพชร  เล่าให้ฟังว่า ถึงแม้ว่าเธอจะมาจากตระกูลเก่าแก่เป็นที่รู้จักมีเงินทองที่ทางมากมาย  และครอบครัวก็ใช้ชีวิตอย่างสบายมาตลอด แต่คุณพ่อเริ่มหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อน ซึ่งความจริงแล้ว คุณพ่อก็ไม่ได้เดือดร้อนเลย  แต่อยากช่วยเพื่อนที่บริษัทของเขากำลังจะล้มละลายโดยถือหุ้นครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว  แต่พ่อเองก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะดูแลกิจการมากนัก  แถมยังหลงลืมไปด้วยซ้ำ และต่อมาคุณพ่อขับรถไปชนเสาไฟฟ้าเพราะว่าหลับใน  นอนในห้องไอซียูเป็นเดือน แถมสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนึ่ง ทำให้ความทรงจำบางส่วนหายไปและเมื่อหายเป็นปกติสมองก็อาจจะมีอาการเบลอบางช่วง ซึ่งรุจาก็คอยดูแลมาตลอด แต่มีบางช่วงที่คุณอาดิษฐ์ หุ้นส่วนบริษัทมาหาพ่อ มาให้เซนเอกสารบางอย่าง ซึ่งพ่อก็เซ็นให้ ต่อมาบริษัทโดนเทคโอเวอร์ หุ้นที่พ่อลงไว้ก็ถูกยึดคืนจนหมด แถมยังติดหนี้อะไรก็ไม่รู้เป็นร้อยๆล้าน คุณแม่ก็เลยพยายามดูแลเรื่องการเงินของบ้าน กว่าจะผ่านพ้นมาได้ก็เล่นเอาแย่เหมือนกัน  สูญเสียเงินและเสียที่ดินเป็นจำนวนมาก ต้องปลดคนงาน ต้องสูญเสียหลายอย่างเพราะความไว้ใจ รุจาเองในตอนแรกก็ตั้งใจไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่สุดท้ายครอบครัวเป็นอย่างนี้ รุจาก็เลยต้องเรียนที่เมืองไทยแทน  แต่แม่ของรุจาเองก็ไม่ได้ทำงาน ส่วนพ่อก็ต้องใช้เงินในการรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้รุจาต้องไปทำงานกับเพื่อนแม่ที่มีร้านจิวเวลรี่ และนี่แหละคือจุดเปลี่ยนของชีวิตเธอ  เมื่อเข้าไปในร้านจิวเวลรี่ ไม่เพียงแต่แหวนเพชรเท่านั้นมีเธอต้องเรียนรู้ ยังมีเครื่องประดับชนิดอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็นสร้อยข้อมือ สร้อยคอ กำไลที่ทำจากทอง ทองคำ  หรืออย่างอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกวัสดุ หรือว่าการดำเนินการทำ ซึ่งมีขั้นตอนที่หลากหลายอย่างมาก และแต่ละอย่างก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไปด้วย ยิ่งทำได้ยากก็ยิ่งมีราคาแพง โดยเฉพาะจำพวกแหวนเพชร  ซึ่งยิ่งมีน้ำงาม มีกะรัตมาก เจียระไนยากก็จะยิ่งแพงนั่นเอง ตอนแรกก็ขายอยู่หน้าร้านก่อนเพื่อเรียนรู้เรื่องของการขายและบุคลิกของลูกค้าแต่ละคนด้วยว่าควรใช้แหวนเพชรแบบไหน  หรือเครื่องประดับที่ทำจากวัสดุอะไรจึงจะเหมาะสมที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้ยังต้องคอยตามเทรนด์แฟชั่นด้วยนะว่า เป็นอย่างไรบ้างเพื่อจะได้แนะนำแบบที่ทันสมัยและตรงกับบุคลิกของลูกค้าได้ ซึ่งทำให้แหวนเพชรหรือเครื่องประดับของร้านเรานั้นได้รับความสนใจอย่างมาก  เพราะสวยงามและตรงใจ  ต่อมาก็เริ่มมาออกแบบเครื่องประดับบ้างแล้ว ซึ่งก็เริ่มจากการขึ้นแบบธรรมดาไปจนถึงแบบยากๆ แต่ก็ยังเป็นแบบที่นิยมกันทั่วไปอยู่ ซึ่งตนเองก็ต้องไปเรียนเพิ่มเติมเช่นกัน  ซึ่งก็ใช้เวลาเรียนอยู่หลายปีมากๆ กว่าจะเข้าที่เข้าทาง  เมื่อเราทำได้ครบทุกอย่างแล้ว  เราก็ถูกส่งไปบริหารสาขาที่เปิดใหม่ และเมื่อเรามีเงินเก็บและเรียนรู้งานมากพอก็เริ่มปรึกษากับคุณแม่ เรื่องการทำร้านของตัวเองแล้ว  โดยเราเน้นที่เครื่องประดับเพชร เพราะเป็นสิ่งที่เรามีความชำนาญมากที่สุด รวมทั้งเรานึกถึงช่วงเวลาที่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาแหวนเพชรประจำตระกูลเอาไว้ พยายามไม่ขาย ไม่ไปจำนำหรืออะไรทั้งนั้นตอนชีวิตเข้าขั้นวิกฤตทำให้เรานั้นเห็นคุณค่าของแหวนเพชรมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเราตั้งชื่อร้านว่า ต้นตระกูลเพชร ซึ่งมาจากแหวนประจำตระกูลที่มีอิทธิพลต่อจิตใจอย่างมาก  และในร้านของเราเน้นเพชรที่มีน้ำงาม มีกะรัตที่ดี  แทบไม่มีตำหนิเลยซึ่งมีใบ Cer รับรองเพื่อทำให้คุณมั่นใจได้ว่า เพชรจากร้านของเรานั้นมีคุณภาพมาตรฐานสูงระดับสากล

ร้านต้นตระกูลเพชร จึงถือเป็นร้านที่มีแรงบันดาลใจมาจากแหวนประจำตระกูล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรุจาเริ่มเรียนรู้และรักในเครื่องประดับเพชร  รวมทั้งมีการสร้างสรรค์เครื่องเพชรหรือ แหวนเพชร ที่ไม่เหมือนใครด้วย  ทำให้ใครๆก็ชื่นชอบเพชรจากทางร้านมากๆไ เวลาที่มีคอลเลคชั่นใหม่ๆก็มักมีการให้นางแบบเดินแฟชั่นโชว์ตลอด ทำให้มีคนรู้จัก แบรนด์ของเรามากยิ่งขึ้น  และกำลังจะเปิดสาขาในต่างประเทศอีกด้วยและ ทั้งหมดนี้ก็เกิดจากความมุ่งมั่นของเรานั่นเอง